การดูแลประจำวันในทารกแรกเกิด

การดูแลประจำวันในทารกแรกเกิด

การดูแลประจำวัน

โดย นพ.บัลลังก์ ศรีกฤษณรัตน์
ผู้เชียวชาญด้านกุมารเวชกรรม โรงพยาบาลอุบลรักษ์ ธนบุรี

การอาบน้ำ :

อาบด้วยน้ำอุ่น ควรอาบเสร็จภายใน 5-7นาที ในที่ลมไม่โกรก อาบวันละ 2 ครั้ง และสระผมวันละครั้ง ไม่ควรอาบน้ำทันทีหลังให้นม

การขับถ่าย :

การถ่ายปัสาวะ หลังถ่ายให้เปลี่ยนผ้าอ้อมทุกครั้ง ถ้าปล่อยไว้นานทารกจะตัวเย็น การถ่ายอุจจาระ ทารกที่กินนมแม่จะถ่ายบ่อย มีสีเหลือง จะมีเม็ดเล็กๆคล้ายเม็ดมะเขือ เพราะนมแม่ย่อยง่าย ช่วยระบายท้อง การทำความสะอาดก้น เช็ดด้วยสำลีชุบน้ำสะอาด เช็ดจากบนลงล่าง ห้ามเช็ดกลับไปกลับมา

การดูแลสะดือทารก :

สะดือจะหลุดภายใน 7 - 14 วัน ดูแลให้โคนสะดือ และสะดือ แห้ง เสมอ เช็ดด้วยไม้พันสำลีชุบแอลกอฮอล์ วันละ 3 ครั้ง เมื่อสะดือใกล้จะหลุดจะมีเลือดออก ห้ามใช้แป้งและยาโรยสะดือ

การให้นมบุตร :

ให้ลูกดูดนมแม่ทุก 2 ชั่วโมง ไม่ต้องให้น้ำตาม เพราะนมแม่มีน้ำเพียงพอ ดูการเลี้ยงลูกด้วยนมแม่

การทำความสะอาดเสื้อ ผ้าอ้อม :

ซักด้วยสบู่เ็ด็ก หรือน้ำยาซักผ้าเด็ก ควรแยกซักจากของผู้ใหญ่

 

ภาวะปกติในทารกแรกเกิด

โดย นพ.บัลลังก์ ศรีกฤษณรัตน์
ผู้เชียวชาญด้านกุมารเวชกรรม โรงพยาบาลอุบลรักษ์ ธนบุรี

การสะดุ้งหรือผวา : เวลามีเสียงดัง หรือเวลาสัมผัส แสดงถึงระบบประสาทที่ปกติ จะพบได้ในทารกที่นอนหลับสนิท และจะพบได้จนอายุ 6 เดือน

การบิดตัว : ทารกคลอดครบกำหนด มีการเคลื่อนไหวเวลานอนคล้ายผู้ใหญ่บิดขี้เกียจ ทารกจะยกแขนเหนือศีรษะ งอเข่า ตะโพก และข้อเข่า และบิดตัว พบได้ในทารกที่ปกติ ไม่ใช่เกิดจากการชักบิดผ้าอ้อม

การสะอึก : เกิดจากทารกดูดนมมาก และเร็ว ทำให้กระเพาะอาหารขยายใหญ่ ดันกระบังลม ทำให้สะอึก วิธีแก้ไข โดยไล่ลมในท่านั่ง หรืออุ้มพาดบ่า นาน 5 -5 10 นาที

การแหวะนม : ทารกแรกเกิด หูรูดกระเพาะอาหารยังทำงานได้ไม่ดี เมื่อดูดนมและดูดกลืนอากาศเข้าไป ทำให้แหวะนมหลังให้นม
วิธีแก้ ไล่ลมบ่อยระหว่างให้นมลูก โดยอุ้มให้นั่งหรือ อุ้มพาดบ่าหลังให้นม หรือให้นอนศีรษะสูงเล็กน้อย และนอนตะแคงขวานาน ครึ่งชั่วโมง

ผิวหนังลอก : จะเกิดขึ้นหลังอายุ 1 - 2 วัน จะหายไปราว 2 - 3 วันโดยไม่ต้องให้การรักษา

ลิ้นขาว : ให้มารดาใช้สำลีชุบน้ำต้มสุก พันนิ้วก้อยให้แน่น เช็ดลิ้นทารกวันละครั้ง ห้ามใช้ผ้าอ้อมเปื้อนปัสสาวะเช็ดลิ้น

มีมูกหรือเลือดออกทางช่องคลอด : จะออกใน 3 - 5 วันหลังคลอด และหายไปภายในสองสัปดาห์ เกิดจาก ฮอร์โมนเอสโตรเจนจากแม่ ที่ผ่านไปยังทารก เมื่ออยู่ในครรภ์ และระดับฮอร์โมนลดลงหลังคลอด

ผื่นผ้าอ้อม : ผิวหนังมีสีแดงหรือตุ่มหนองเล็กๆ เกิดจากการระคายเคือง จากสิ่งของที่มาสัมผัส เช่น ความชื้นจากการสัมผัสปัสสาวะ อุจจาระนานเกินไป หรือการคั่งค้างของน้ำยาซักผ้าอ้อม การป้องกัน ดูแลให้ผิวหนังแห้ง อย่าปล่อยให้แช่ปัสสาวะ อุจจาระ ต้องล้างแล้วเช็ดให้แห้งและเปลี่ยนผ้าอ้อมทันที

การมีจุดขนาดเล็กสีขาวนวล : บริเวณจมูก ริมฝีปากและแก้ม จะหายไปเองหลังคลอด 1 - 2 สัปดาห์

การถ่ายอุจจาระบ่อย : ทารกแรกเกิดที่เลี้ยงลูกด้วยนมแม่อย่างเดียว อาจถ่ายอุจจาระบ่อย กะปริดระปรอย อาจถ่ายอุจจาระได้ถึง 10 - 20 ครั้งต่อวัน เพราะน้ำนมแม่ ย่อยง่ายและมีน้ำนม หลืองเจือปน ซึ่งจะช่วยระบายท้อง

การไม่ถ่ายอุจจาระทุกวัน : ภายหลังคลอด4สัปดาห์ น้ำนมแม่จะเป็นน้ำนมแท้ ไม่มีน้ำนมเหลืองเจือปน เนื่องจากนมแม้ย่อยง่าย ทำให้เหลือกากน้อย ทารกที่ดูดนมแม่อาจไม่ถ่ายทุกวัน

ท้องผูก : หมายถึงการถ่ายอุจจาระเป็นก้อนแข็งทั้งกอง อาการท้องผูกพบบ่อยในทารก ที่เลี้ยงด้วยนมผสม และชงนมไม่ถูกสัดส่วน อาจจางหรือข้นเกินไป หรือให้นมไม่เหมาะสมกับวัย เช่นให้นมสำหรับเด็กโตแก่ทารก

 

อาการผิดปกติที่ต้องพบแพทย์

โดย นพ.บัลลังก์ ศรีกฤษณรัตน์
ผู้เชียวชาญด้านกุมารเวชกรรม โรงพยาบาลอุบลรักษ์ ธนบุรี

  1. ไข้สูง
  2. อาเจียนทุกครั้งหลังกินนม
  3. ท้องอืด
  4. ท้องเสียบ่อย
  5. ซึมดูดนมน้อยลง
  6. ซีด
  7. ตัวเหลือง ตาเหลือง
  8. สะดืออักเสบบวมแดง มีหนองออกจากโคนสะดือ
  9. ชักเกร็ง

 

พัฒนาการลูกน้อย

โดย นพ.บัลลังก์ ศรีกฤษณรัตน์
ผู้เชียวชาญด้านกุมารเวชกรรม โรงพยาบาลอุบลรักษ์ ธนบุรี

ทารกแรกเกิด 1 เดือน
ช่วงเดือนแรกของชีวิตทารกส่วนใหญ่จะกำมือแน่น เมื่อจับนอนคว่ำ ทารกสามารถหันศีรษะไปด้านใด ด้านหนึ่งได้ และจะอยู่ในท่างอแขนขา ลำตัว

การควบคุมศีรษะยังไม่ดีพอ เมื่อจับทารกหงายแล้ว ยกแขนขึ้นศีรษะจะตกไปด้านหลัง

สิ่งที่คุณแม่ควรทำ
ให้ลูกน้อยนอนคว่ำบนที่นอนที่ไม่นุ่มจนเกินไป เพื่อให้ลูกให้ฝึกชันคอ

ทารกแรกเกิด 2 เดือน
ทารกเริ่มคลายมือที่กำลัง พยายามยกแขน ไหล่เพื่อจับสิ่งของ ยกศีรษะขึ้นเมื่อจับให้นอนคว่ำและตัวงอ เมื่อนอนคว่ำและทรงตัวให้ศีรษะชันคออยู่ได้ไม่นาน

สิ่งที่คุณแม่ควรทำ
เพื่อให้ลูกนอนคว่ำบนที่นอนที่ไม่นุ่มเกินไป เพื่อให้ลูกได้ฝึกชันคอ และอุ้มพาดบ่าเพื่อให้ลูกได้ฝึกชูคอ ขึ้นมองสิ่งต่างๆ

ทารกแรกเกิด 3 เดือน
ระยะนี้กล้ามเนื้อของทารกจะพัฒนาขึ้น เขาหรือเธอจะชอบให้จับอุ้มนั่งหรือพาดบ่านาน ๆ เริ่มมีการ เคลื่อนไหวร่างกายโดยการพยายามชันคอและจะสามารถประคองได้ 45 องศา

สิ่งที่คุณแม่ควรทำ
ให้ลูกนอนบนที่นอนที่ไม่นุ่มจนเกินไปหรือพื้นราบเพื่อให้หัดพลิกคว่ำอย่างปลอดภัย โดยมีคุณดูแล อย่างใกล้ชิดและควรจะอุ้มเด็กหันหน้าออก และเล่นกับลูกโดยชูของเล่นให้คว้า

ทารกแรกเกิด 4 เดือน
เริ่มมีการเคลื่อนไหว มีการตอบสนองทางด้านร่างกายมากขึ้น สามารถคว่ำยกศีรษะขึ้นสูง และชันคอได้ 90 องศา โดยใช้แขนยันตัวขึ้น ยกศีรษะตั้งตรงได้

สิ่งที่คุณแม่ควรทำ
เล่นกับลูกโดยพยายามให้เด็กได้ใช้กล้ามเนื้อมัดเล็ก โดยการหยิบหรือคว้าจับ และก็ยังคงให้แกนอนเพื่อ ฝึกให้ชันคอ โดยต้องดูแลเรื่องความปลอดภัยด้วย

ทารกแรกเกิด 5 เดือน
สามารถนั่งได้เมื่อพยุงเล็กน้อย ช่วงนี้จะเริ่มคืบ พลิกคว่ำพลิกหงายได้ ชันคอได้เมื่ออุ้มนั่งตัก หันศีรษะ ไปข้าง ๆ ได้ ในวัยนี้ ทารกจะเริ่มมีการพลิกคว่ำได้แล้ว มีการนอนหมุนตัวไปรอบ ๆ

สิ่งที่คุณแม่ควรทำ
ต้องคอยระมัดระวัง อุบัติเหตุตกเตียง ตกเบาะ พยายามจัดสถานที่โล่ง กว้างปลอดภัยให้เด็กคืบ และหาของเล่นสีสด ๆ ชิ้นใหญ่ที่มีเสียงให้เด็กหยิบจับและคืบเข้าไปหา

ทารกแรกเกิด 6 เดือน
สามารถนั่งเองโดยใช้แขนยันตัวไว้ กลิ้งพลิกคว่ำหงายเองได้ เมื่อวางสิ่งของห่าง 6 นิ้ว มองตาม 180 องศา ใช้นิ้วจับของได้แต่ไม่ถนัด และเปลี่ยนมือได้สามารถมองเห็นได้ใกล้และไกล ทั้งสองตา ประสานกันได้ดี

สิ่งที่คุณแม่ควรทำ
จับลูกให้อยู่ในท่านั่ง และหาหมอนหรือที่นอนไว้รองรอบข้างตัว เพื่อไม่ให้ลูกล้มและเป็นอันตรายได้ เพราะช่วงนี้เด็กยังนั่งเองไม่ได้นาน

ทารกแรกเกิด 7 เดือน
นั่งได้ดีขึ้น คลานได้ มองตามสิ่งของหรือวัตถุได้ดีขึ้น หากคุณจับยืนจะลงน้ำหนักทั้ง 2 ข้าง ใช้นิ้วหยิบหรือเปลี่ยนจับสิ่งของได้

สิ่งที่คุณแม่ควรทำ
อุ้มให้น้อยลง พยายามให้ลูกนั่งเล่นเอง โดยคุณดูแลอย่างใกล้ชิด หัดให้หยิบของหรือถ้วยหัดดื่มเองเพื่อ พัฒนากล้ามเนื้อมัดเล็ก ๆ ด้วย

ทารกแรกเกิด 8 เดือน
ลุกจากท่านอนได้ นั่งเองได้นาน จับถือขวดนมได้ เมื่อเอาขวดนมใส่ปาก และหยิบขนมปังทานได้ ช่วงนี้แกจะคลานได้เร็วขึ้น

สิ่งที่คุณแม่ควรทำ
ต้องระมัดระวังให้มาก เพราะเด็กเคลื่อนไหวได้แล้ว และในช่วงนี้คุณควรหัดให้เกาะยืน โดยดูแลอย่าง ใกล้ชิด

ทารกแรกเกิด 9 - 10 เดือน
นั่งได้มั่นคง คลาน และเกาะยืนได้ ยืนท่าเท้ากาง ขากาง หัวไหล่งุ้มลง เท้ารับน้ำหนักได้ และสามารถหยิบจับสิ่งของเล็กได้โดยใช้นิ้วหัวแม่มือและนิ้วชี้ได้

สิ่งที่คุณแม่ควรทำ
หัดให้ถือช้อน ถ้วยน้ำเอง จัดสถานที่และบริเวณให้เด็กได้คลานและหัดเกาะยืนเอง

ทารกแรกเกิด 11 - 12 เดือน
ยืนเองได้ชั่วคราว เกาะยืน ก้าวขา 2 ก้าว การใช้ตาและมือ สามารถใช้นิ้วหัวแม่มือและนิ้วชี้หยิบของเล็ก ๆ ได้ถนัด หยิบของใส่ถ้วยหรือกล่อง

สิ่งที่คุณแม่ควรทำ
ให้โอกาสลูกหัดยืนและเดินในที่โล่งกว้าง และหัดให้ลูกหัดหยิบของกินเอง เช่น มะละกอสุก หรือมันต้ม[/tab_item]

 

การทำความสะอาดช่องปากทารก

โดย นพ.บัลลังก์ ศรีกฤษณรัตน์
ผู้เชียวชาญด้านกุมารเวชกรรม โรงพยาบาลอุบลรักษ์ ธนบุรี

สำหรับการเลี้ยงลูกนั้น นมแม่จะมีผลดีต่อสุขภาพในช่องปากของทารก โอกาสเกิดฝ้าขาวในปากจะน้อยกว่าการเลี้ยงด้วยนมขวด แต่หากจำเป็น ต้องเลี้ยงด้วยนมขวด ควรปฏิบัติดังนี้

1 ให้ทารกดูดน้ำตามหลังดูดนมขวด เพื่อชะล้างคราบนมที่ตกค้างในปาก โอกาสเกิดฝ้าขาวในปากจะลดลง

2 ไม่ปล่อยให้เด็กหลับคาขวดนม เพราะจะทำให้เกิดปัญหาฟันผุลุกลาม อย่างรวดเร็ว

การทำความช่องปากทารก

ทารกอายุ 6 - 7 เดือน ฟันหน้าเริ่มขึ้น ควรใช้ผ้านุ่มสะอาดพันปลายนิ้วชุบ น้ำต้มสุกเช็ดเหงือกและฟัน เช้า - เย็น เพื่อทำความสะอาดและเป็นการฝึกให้เด็กคุ้นเคยกับการทำความสะอาดช่องปาก ต่อไปเด็กจะยอมรับการ แปรงฟันได้ดี เด็กวัย 6 เดือนขึ้นไป อาจให้รับประทานฟลูออไรด์เสริมเพื่อ ให้ฟันแข็งแรง แต่จะต้องใช้ภายใต้คำแนะนำของทันตแพทย์เท่านั้น เด็กวัยขวบครึ่ง ฟันกรามน้ำนมเริ่มขึ้น ควรใช้แปรงสีฟันที่มีขนอ่อนนุ่ม แปรงฟันให้เด็ก โดยยังไม่ต้องใช้ยาสีฟัน[/tab_item]

 

ข้อแนะนำมารดา

โดย นพ.บัลลังก์ ศรีกฤษณรัตน์
ผู้เชียวชาญด้านกุมารเวชกรรม โรงพยาบาลอุบลรักษ์ ธนบุรี

1. การให้นมบุตร……อายุ 2 อาทิตย์แรก ให้กินบ่อยตามความต้องการ กรณีกินนมมารดา แต่ถ้ากินนมผงให้กินทุก 3-4 ชั่วโมง อาทิตย์ที่ 2-4 ให้กินนม ทุก 3-4 ชั่วโมง ทั้งนมมารดาและนมผง

2. การนอนคว่ำ………บุตรสามารถนอนคว่ำได้ตั้งแต่แรกเกิด แต่ถ้าเพิ่งกินนมเสร็จควรให้นอนหัวสูงประมาณ 1/2-1 ชั่วโมงแล้วค่อยให้นอนคว่ำ โดยที่นอนจะต้องแข็งพอสมควรเพื่อไม่ให้กดจมูกของลูก

3. ตัวเหลือง…………
ลูกสามารถมีตัวเหลืองได้ในช่วงแรกเกิด โดยจะเริ่มเหลืองจากหน้าไล่ลงไปถึงเท้าการตัวเหลืองผิดปกตินั้น ถ้า

1. อาทิตย์แรก เหลืองบริเวณต้นขาและปลายเท้า

2. อาทิตย์ที่สอง เหลืองบริเวณยอดอก

3. อาทิตย์ที่สาม มีหน้าเหลืองมากควรพบแพทย์

4. ผื่น… แรกเกิดถึง 6 เดือน สามารถมีผื่นขึ้นง่าย เนื่องจากผิวหนังลูกที่ไม่แข็งแรง ดังนั้นถ้ามีผื่นขึ้นเป็นๆ หายๆ ใน 1/2 วันยังไม่หายต้องรักษา แต่ถ้ามีผื่นลามขึ้นและไม่หาย 1-2 วัน ถือว่าผิดปกติควรมาพบแพทย์

5. การเช็ดตา…… ควรใช้สำลีแห้งชุบน้ำอุ่นเล็กน้อย ซับที่หัวตาก็พอ ไม่ควรเช็ดปาดทั้งตา

6. การเช็ดสะดือ….เช็ดด้วยแอลกอฮอล 70 เปอร์เซ็นต์ ควรดึงสะดือเบาๆแล้วเช็ดในโคนสะดือทุกครั้งเมื่อ เห็นสะดือแฉะ การเช็ดรอบสะดือควรเช็ด วันละ 1-2 ครั้งก็พอเพราะถ้าเช็ดมากจะทำให้ผิวแห้ง

7. การถ่ายอุจจาระ….. เด็กแรกเกิดช่วง 1-2 สัปดาห์ อาจถ่ายได้ถึง 10 ครั้ง/วัน โดยอุจจาระต้องเหลวหรือคล้ายดอกผักกาด และพออายุ 3-4 สัปดาห์ จะถ่ายอุจจาระลดลงเนื่องจากการดูดซึมลำไส้ดีขึ้น ในบางรายถ่ายวันเว้นวันก็ได้ ( แต่ลักษณะอุจจาระต้องไม่แข็งหรือมีเลือดออกตามมา ) 1-2 เดือนแรก การกินน้ำมากๆ ไม่ได้ช่วยให้ถ่ายเหลวขึ้นกลับทำให้ถ่ายแข็ง หรือไม่ถ่ายอุจจาระถ้าบุตรถ่ายแข็งมากควรปรึกษาแพทย

8. การขลิบหนังหุ้มปลาย….. ในทารกเพศชายปกติไม่จำเป็น เพราะเสี่ยงกับการติดเชื้อหรือถ้าขลิบไม่ดี จะทำให้จะทำให้อวัยวะเพศชายถูกดึงรั้งได้ ทางการแพทย์จะขลิบกรณีเดียว คือผู้ป่วยปัสสาวะลำบาก

 

ติดต่อสอบถาม หรือตั้งคำถามใหม่เกี่ยวกับการดูแลประจำวันในทารกแรกเกิด
ได้ที่นี่ค่ะ http://www.ubonrak.co.th/ask-question/

Talk to our staff.
Loading...