วัคซีนสำหรับโควิด-19 ต้องรออีกนานแค่ไหน

วัคซีนสำหรับโควิด-19 ต้องรออีกนานแค่ไหน

วัคซีนสำหรับโควิด-19 ต้องรออีกนานแค่ไหน

สมัยผมเป็นนักศึกษาแพทย์ การหารายได้พิเศษทางหนึ่ง คือการเป็นหนูทดลองวัคซีนใหม่ เคยได้รับการฉีดวัคซีนตับอักเสบบีในระยะทดลอง หลังฉีดจะมีการเจาะเลือดเป็นระยะเพื่อดูระดับภูมิคุ้มกัน บรรดาเพื่อนร่วมทีมหนูทดลองยังเคยนำผลการตรวจมาอวดกันว่า ภูมิคุ้มกันใครจะขึ้นมากกว่ากัน

การทดลองที่ผมร่วมนั้น ถือเป็นการทดลองทางคลินิกระยะที่ 2 เพื่อทดสอบประสิทธิภาพและผลข้างเคียงของวัคซีนในกลุ่มประชากรขนาดเล็ก หลังจากนั้นประมาณ 5-6 ปี จึงมีวัคซีนชนิดนี้ใช้กับประชากรทั่วไปจวบจนถึงปัจจุบัน

วัคซีนเป็นเครื่องมือสำคัญที่สุดในการต่อสู้กับไวรัส สถานการณ์การระบาดของเชื้อโควิด-19 (COVID-19) ในปัจจุบัน ความหวังที่จะหยุดการระบาดของไวรัสได้อย่างสำเร็จเด็ดขาดคือ “วัคซีน” เช่นเดียวกันกับการแพร่ระบาดของไวรัสครั้งใหญ่ล่าสุด คือ ไวรัส 2009 เอชวันเอ็นวัน (Virus 2009 H1N1) ที่หยุดได้เมื่อใช้วัคซีนกันทั่วโลก

ข่าวเกี่ยวกับการพัฒนาวัคซีนตามสื่อต่างๆ ในรอบสัปดาห์ที่ผ่านมา ในประเทศอังกฤษ ได้ประกาศรับอาสาสมัครเข้าร่วมโครงการทดลองเพื่อพัฒนาวัคซีนสำหรับต้านเชื้อโควิด-19 มีผู้เข้ามาสมัคร 10,000 คน แต่รับไว้เพียง 24 คน ทั้ง 24 คนนี้จะได้รับค่าตอบแทนเป็นเงิน 4,000 ปอนด์ ประมาณ 161,000 บาท (อัตราแลกเปลี่ยนเมื่อวันที่ 31 มีนาคม 2563 )

การทดลองนี้ก็ยังถือว่าอยู่ในขั้นตอนแรกๆ ของการพัฒนาวัคซีน เพราะการทดลองจะฉีดไวรัสกลุ่มโคโรนาสายพันธุ์อื่นที่ไม่ร้ายแรงเข้าไปในร่างกายของอาสาสมัคร เพื่อทำความเข้าใจเกี่ยวกับระบบการทำงานของภูมิคุ้นกันเพื่อวางแผนสร้างวัคซีนในขั้นต่อไป

จึงถือว่ายังอีกไกลกว่าจะผลิตวัคซีนออกมาใช้ได้จริง ดังนั้น ข่าวจากสถาบันเพื่อการวิจัยทางชีววิทยาในประเทศอิสราเอลที่ว่าจะมีประกาศความสำเร็จในการพัฒนาวัคซีนสำหรับโควิด-19 เร็วๆ นี้ จึงถือว่าก้าวหน้ากว่าที่ประเทศอังกฤษ แต่ยังต้องการทดลองในสัตว์และมนุษย์ต่อไป

การพัฒนาวัคซีน ที่ดูเหมือนจะก้าวหน้ามากที่สุด ณ เวลานี้ มาจากทางสหรัฐอเมริกา โดยสถาบันสุขภาพแห่งชาติสหรัฐฯ (NIH) และบริษัทเทคโนโลยีชีวภาพโมเดอร์นา เทอราพิวติกส์ (Moderna Therapeutics) ที่ทดลองฉีดวัคซีนให้กับอาสาสมัครจำนวน 45 คน

อาสาสมัครจะได้รับวัคซีนด้วยวิธีการฉีดเข้ากล้ามเนื้อต้นแขน โดยจะมีการทดลองฉีดวัคซีนทั้งหมด 2 ครั้ง ในเวลาห่างกัน 28 วัน จากนั้น ผู้วิจัยจะคอยสังเกตอาการที่เกิดขึ้นตามมา โดยต้องเฝ้าระวังว่าอาสาสมัครจะมีอาการไข้ ปวดระบม หรือมีอาการแพ้อย่างใดอย่างหนึ่งหรือไม่ ซึ่งจะใช้เวลาทดลองเก็บข้อมูลทั้งหมด 6 สัปดาห์

การทดลองนี้จึงถือว่าอยู่ในขั้นการทดลองคลินิกในระยะที่ 1 เป็นการตรวจสอบความปลอดภัยของวัคซีนและหาปริมาณวัคซีน (dose) ที่เหมาะสม หากการทดลองครั้งนี้อาสาสมัครไม่สามารถสร้างภูมิคุ้มกันได้มากเพียงพอ อาจต้องทดลองซ้ำ โดยเพิ่มปริมาณวัคซีนหรือฉีดวัคซีนหลายครั้งขึ้น

การผลิตวัคซีนชนิดใหม่มีขั้นตอนหลักอยู่ 2 ขั้นตอน ได้แก่  1. ขั้นตอนก่อนการทดลองทางคลินิก และ 2. ขั้นตอนการทดลองทางคลินิก ทั้ง 2 ขั้นตอน ยังมีระยะแยกย่อยอีกหลายระยะ

เฉพาะขั้นตอนการทดลองในมนุษย์หรือการทดลองทางคลินิกนั้นแบ่งเป็น 3 ระยะ การทดลองทางคลินิกระยะที่ 1 มีเป้าหมายเพื่อประเมินความปลอดภัย ทดสอบความสามารถในการสร้างภูมิคุ้มกันของวัคซีน และหาปริมาณวัคซีนที่เหมาะสม โดยทั่วไปจะทดลองกับคนจำนวนน้อยประมาณ 20-80 คน

การทดลองทางคลินิกระยะที่ 2 ทดลองในกลุ่มประชากรที่ใหญ่ขึ้น อาจเป็นหลายร้อยคน โดยจะแบ่งเป็นกลุ่มที่ได้รับวัคซีนกับกลุ่มที่ไม่ได้รับวัคซีน เพื่อตรวจสอบความปลอดภัยและระดับของภูมิคุ้มกันเพิ่มจากระยะที่ 1

ส่วนการทดลองทางคลินิกระยะที่ 3 เป็นการทดลองในกลุ่มประชากรขนาดใหญ่ อาจใช้อาสาสมัครหลายหมื่นคน เพื่อทดสอบประสิทธิภาพในการป้องกันโรคของวัคซีน และตรวจสอบความปลอดภัย ขั้นตอนทั้งหมดต้องได้รับการตรวจสอบมาตรฐาน

นอกจากนี้ องค์การอนามัยโลก (WHO) ยังให้การสนับสนุนแก่หน่วยงานต่างๆ ที่ผลิตวัคซีนอย่างใกล้ชิด เพื่อเป็นหลักประกันว่าจะมีวัคซีนไว้ใช้เมื่อมีการระบาดใหญ่ของไวรัสสายพันธุ์ใหม่

เมื่อมีการระบาด WHO จะแจกจ่ายเชื้อไวรัสสายพันธุ์ใหม่ให้กับผู้ผลิตวัคซีน โดยมีข้อผูกพันว่า ผู้ผลิตจะต้องแบ่งวัคซีนร้อยละ 7-10 ของกำลังการผลิตให้กับ WHO เพื่อนำไปแจกจ่ายให้กับประเทศกำลังพัฒนาที่ไม่สามารถผลิตวัคซีนเองได้

เมื่อผู้ผลิตวัคซีนได้พัฒนาวัคซีนต้นแบบที่ผ่านการทดสอบความปลอดภัยและความมีประสิทธิภาพจนผ่านการรับรองแล้ว จึงจะสามารถเริ่มกระบวนการทดลองทางคลินิกได้ ในขั้นตอนก่อนจะทดลองในมนุษย์นี้ จะใช้เวลาประมาณ 3 เดือน หลังจากได้รับเชื้อต้นแบบ ต่อจากนั้นจึงเป็นกระบวนการทดลองทางคลินิกอีก 3 ระยะ ใช้เวลาอีกอย่างน้อยที่สุดอีก 3 เดือนเช่นกัน รวมแล้วเป็นเวลาทั้งหมดประมาณ 6 เดือน จึงจะมีวัคซีนที่ผ่านการทดสอบและพร้อมฉีดให้ประชาชนทั่วไป

อย่างไรก็ตาม กำลังการผลิตของโรงงานผลิตวัคซีนจะต้องเปลี่ยนแปลงสายการผลิตเดิม จากที่เคยใช้ผลิตวัคซีนไข้หวัดใหญ่ตามฤดูกาลมาผลิตวัคซีนชนิดใหม่ ซึ่งต้องใช้เวลาอีกประมาณ 1 ปี วัคซีนชนิดใหม่จึงจะผลิตได้เต็มอัตราการผลิต และมีวัคซีนมากพอให้กับประชาชนหลายพันล้านคน

ระยะเวลาที่กล่าวมาข้างต้น เป็นข้อมูลจากการพัฒนาวัคซีนสำหรับไข้หวัด 2009 H1N1 ซึ่งเป็นระยะเวลานานพอสมควรแล้ว หากพิจารณาจากบริษัทผู้ผลิตและทำแบบจำลองการผลิตวัคซีนต้านไวรัสสายพันธุ์ใหม่มาตลอด ประกอบกับเทคโนโลยีการผลิตที่ก้าวหน้าขึ้น คาดว่าวัคซีนสำหรับโรคโควิด-19 จะใช้เวลาน้อยกว่า 18 เดือน ก็จะสามารถผลิตออกมาพร้อมฉีดให้ประชาชนทั่วไปได้

แม้คาดว่าวัคซีนจะผลิตออกมาได้เร็วกว่าการระบาดครั้งก่อน แต่ระหว่างที่รอวัคซีน ผลิตออกมาแจกจ่าย การป้องตัวไม่ให้ติดเชื้อเสียก่อนจึงเป็นเรื่องสำคัญ วิธีที่ได้ผลที่สุดคือ การกักกันตัวเองอยู่กับบ้านให้มากที่สุด และลดการเดินทางไปในที่มีคนจำนวนมาก

วิกฤตการณ์ระบาดของเชื้อไวรัสนี้ ถ้าเปรียบเหมือนสงคราม เราก็เหมือนอยู่ในเมืองที่ถูกปิดล้อมโดยศัตรูทุกด้าน การหลบซ่อนและเก็บตัวเงียบอยู่ในบ้านอย่างอดทนเพื่อรอผู้มาช่วยเหลือ คือ วัคซีนต้านไวรัส จึงเป็นเรื่องจำเป็น ดีกว่าออกจากบ้านไปรับเชื้อ เพราะถ้ารับเชื้อไปแล้ว ถึงจะมีวัคซีน มันก็สายเสียแล้ว

บทความนี้เผยแพร่ครั้งแรกในเว็บไซต์ เดอะ อีสานเรคคอร์ด

บทความโดย นพ.ยุทธนา ป้องโสม
นักวิชาการอิสระ ด้านเศรษฐศาสตร์สาธารณสุข แพทย์ศาสตร์บัณฑิตศิริราชพยาบาล
แพทย์เฉพาะทางรังสีวินิจฉัย

Master of Health Economics and Pharmacoeconomics,
Pompeu Fabra University,Barcelona

Talk to our staff.
Loading...